Hook
More breakout videos from this creator.
วันนี้อาจารย์จะพาเราไปรู้จักกับการเขียนแอปพลิเคชันบนมือถือนะครับ โดยเริ่มจากการโค้ดดิ้งง่ายๆ รู้จักกับตัวแปรก่อนครับ โดยพื้นฐานคนที่เขียนแอปพลิเคชันบนมือถือหรือเขียนโปรแกรมได้เนี่ย ต้องรู้จักกับไวยากรณ์ก่อนนะครับ ครั้งนี้อาจารย์จะพูดถึงตัวแปรในภาษา Lua ว่ามันมีกี่แบบแล้วก็ใช้งานยังไงนะครับ โดยที่เริ่มอย่างนี้ครับ ตัวแปรรูปแบบแรกนะครับ local a = "Hello" อันนี้เขาเรียกว่าตัวแปรแบบสตริง สตริงเนี่ยก็เป็นตัวอักษรนะครับ ใช้ในการส่งข้อมูลที่เป็นข้อความ สตริงเอาไว้ตัดเอาไว้แสดงโชว์ให้ผู้ใช้ดูนะครับ รับข้อมูลเข้ามาทุกอย่างเนี่ยก็สามารถเป็นสตริงได้หมด ก็เป็นง่ายๆ ครับ โดยที่การประกาศเนี่ยมันจะไม่มี var มี let มี dim หรืออะไรต่างๆ ในภาษาอื่นเขาอาจจะใช้แบบนี้ แต่ว่าในภาษา Lua เนี่ยกำหนดแค่ว่า local ก็ได้ครับ local b = 20 อันนี้เรียกว่า Number Number เนี่ยก็จะเป็นตัวเลขครับ สามารถเอาไปทำโอเปอเรชันหรือเอาไปทำบวก ลบ คูณ หาร เอาไปทำสมการอะไรต่างๆ ได้ เอาไปเปรียบเทียบ เอาไปคำนวณค่าต่างๆ ได้นั่นเองนะครับ ตัวแปรชนิดถัดไปนะครับ เรียกว่า Array หรือที่เขาเรียกกันว่า Table ในภาษา Lua เรียกว่า Table นะครับ หน้าตามันเป็นอย่างนี้ เป็นเครื่องหมายปีกกาครับ แล้วก็มีหมายเลข 1 2 3 4 5 อย่างนี้ เราเรียกว่า Table ซึ่ง Table เนี่ยก็มีความสามารถเหมือน Array นะครับ ก็คือข้างในเนี่ยมันจะมีตัวแปรหลายๆ ตัวอยู่ในนั้น ซึ่งแน่นอนครับตัวแปรมันก็อาจจะไม่ใช่เป็นตัวเลขหมดก็ได้ ก็อาจจะเป็นตัวสตริงอยู่ในนั้น A B อย่างนี้อยู่ในนั้นได้ครับ C แล้วตัวที่ 4 ที่ 5 ก็เป็นหมายเลขครับ หมายเลข 40 50 40 50 แบบนี้ก็ได้นะครับ งั้น Array ก็คือตัวแปรที่ เป็นชุดข้อมูลที่มีตัวแปรย่อยอยู่ข้างในนั่นเองนะครับ ทีนี้ตัวแปรเนี่ยมันยังมีตัวแปรได้หลายมิติ ตัวอย่างถัดไปก็คือตัวแปรที่มันซ้อนกันอยู่ใน Array อีกทีนึง เราเรียกว่า Array หลายมิติ ตัวอย่างนี้ก็คือตัว Array 2 มิตินะครับ ก็คือใน Array ใหญ่เนี่ยจะมี Array ย่อยอยู่ข้างใน 1 2 3 แบบนี้ นะครับ 4 5 6 ชุดที่ 2 เป็นแบบนี้ ชุดที่ 3 เป็นแบบนี้ครับ 7 8 9 แบบนี้ ก็หมายความว่าในตัวแปร D เนี่ย จะมี Array อยู่ 1 ตัว แล้วข้างในมี Array 3 ตัวอยู่ข้างใน เสร็จแล้วก็ในแต่ละตัวเนี่ย ก็จะมีตัวแปรย่อยที่อยู่ภายใน Array นั้นอีกที อันนี้เราเรียกว่า Array 2 มิตินะครับ ซึ่งจะมี 3 มิติ 4 มิติย่อยลงไปก็ได้นะครับ หรือแต่ละ Array มันจะมีค่าไม่เท่ากัน แตกต่างกันก็ได้ งั้น Table เนี่ยก็มีความยืดหยุ่นมากนะครับ ใช้บ่อยมากในการเขียนโปรแกรมบนมือถือนะครับ ทีนี้มาดูตัวแปรแบบต่อไปก็คือตัวแปรแบบ Object นะครับ ตัวแปรแบบ Object นะครับ E = {} เขียนเหมือนตัวแปรแบบ Array เลยนะครับ แต่ว่ามันจะมีสิ่งที่เรียกว่า Property กำกับให้กับตัวแปรนะครับ เช่น name = "tony" แบบนี้ แล้วก็ lastname = "stark" แบบนี้ แล้วก็ age = 50 แบบนี้ นะครับ ก็หมายความว่าตัวแปรเนี่ยเป็นตัวแปรแบบ Array ที่ข้างในเนี่ยมีพารามิเตอร์เนี่ยจะมี Property กำกับอยู่ นะครับ ก็คือว่ามันจะแตกต่างจาก Array ทั่วไป เพราะ Array ทั่วไปมันจะมีแต่ Value Value ก็คือค่ามันใช่ไหมครับ แต่ใน Object เนี่ย Object มันจะมี Key ด้วย ยกตัวอย่างเนี่ย ตัวแปร E Key name มี Value เป็น tony Key lastname มี Value เป็น stark Key age มี Value เป็น 50 อย่างนี้ฮะ Key Value Key Value Key Value ไป คล้ายๆ กับโครงสร้างของ JSON นั่นเอง แล้วเรามาเรียนเรื่อง JSON กันต่อในคราวต่อไปนะครับ นั่นก็เป็นเรื่องของตัวแปรแบบ Object เนาะ ทีนี้อีกข้อนึงที่น่าสนใจของภาษา Lua ก็คือว่าตัวแปรเนี่ยมันเป็นตัวแปรแบบ Variant หมายความว่าเราสามารถที่จะเปลี่ยนค่าตัวแปรเป็นไทป์แบบอื่นได้ เช่นตัว A เนี่ยมันเป็น Hello ใช่ไหมครับ เป็นสตริง เราก็จะลองเปลี่ยน A นะครับ ไปเป็น 20 ซึ่งก็เป็นตัวเลขได้ เอ้ยมันทำแบบนี้ได้ด้วยนะครับ ทีนี้เราลองมาปริ้นค่าดูครับ ปริ้นค่า A เนี่ย จะเห็นว่าตอนแรก A มันเป็น Hello เป็นสตริง แล้วพอเรารันนะครับ ก็จะเห็นว่ามันมีตัวเลข 20 ขึ้นมา ก็คือหมายความว่ามันกลายเป็นตัว Number ไปแล้วนะครับ แต่ทีนี้เนี่ยถ้าเราปิด นะครับ เราคอมเมนต์ไม่ให้ตัว A มันกลายเป็น 20 ก็จะเห็นว่าพอปริ้นออกมามันก็เป็น Hello ครับ นั่นแสดงให้เห็นว่าตัวแปรเนี่ย ตัวแปร Variant เนี่ยมันก็จะมีประโยชน์ตรงที่ว่าเราเขียนโปรแกรมยังไงเนี่ย มันก็จะไม่อีเรอร์ หรือว่ามันจะสามารถเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาได้เรื่อยๆ นะครับ นั่นก็เป็นข้อดีของการเขียนโปรแกรมภาษา Lua นะครับ ซึ่งเป็นโครงสร้างไวยากรณ์ที่ง่ายแล้วก็สะดวกแล้วก็ยืดหยุ่นต่อการใช้งาน สำหรับคนที่สนใจการเขียนแอปพลิเคชันบนมือถือ อยากเรียนเรื่องของการเขียนแอปเนี่ย ก็กดหัวใจกดติดตามไว้ได้เลยครับ