Hook

Their other posts in the index, biggest breakout first.
เพื่อนๆคะ สงครามครั้งต่อไป the next war อาจจะไม่ได้แข่งกันที่อาวุธแล้วนะ แต่เขาแข่งกันที่เอไอ และเอไอตัวล่าสุดของจีน ก็อาจจะเป็นหมากสำคัญในเกมนี้ ซึ่งเอไอตัวนี้ก็คือ Kimi K3 นะคะ ซึ่งพัฒนาโดยสตาร์ทอัพจากจีนที่ชื่อว่า Moonshot AI ซึ่งวิธีการใช้งานน่ะ ไม่ต่างจากพวก Chat GPT หรือ Claude เลย แต่ที่คนในวงการเขาฮือฮากันมากๆ จนสร้างแรงกดดันให้กับหุ้นชิปหรือหุ้นเอไอหลายตัว เหตุผลหลักๆมันก็จะมีอยู่ 3 เรื่องนะคะ เรื่องแรก Kimi K3 เขาเป็น open weight model พูดง่ายๆก็คือบริษัทหรือว่า developer สามารถดาวน์โหลดตัวโมเดลไปแก้ไขแล้วก็ไปต่อยอดได้เอง ซึ่งมันจะต่างกับพวกแบบ Chat GPT, Claude หรือว่า Gemini ที่เราใช้ได้ แต่ว่าเราจะเข้าไปแก้ไขตัวโมเดลไม่ได้ และเรื่องที่สอง ก็คือโมเดลของ Kimi K3 มีขนาดที่ใหญ่มากๆ สูงถึง 2.8 ล้านล้านพารามิเตอร์ ซึ่งเป็นค่าที่เอไอใช้ในการเรียนรู้และตัดสินใจนะคะ ทำให้มันเป็น open weight AI model ที่ใหญ่ที่สุดที่เคยเปิดให้คนใช้งาน แถมมันยังหน่วยความจำที่ใหญ่มากๆ ต่อให้เราเอาเอกสารที่มีเป็นร้อยๆหน้าให้มันอ่าน มันก็ยังสรุปออกมาได้ดี ต่างกับเอไอหลายตัวที่เราใช้อยู่ เวลาที่เราฟีดข้อมูลให้มันเยอะๆ มันก็จะเริ่มหลุดประเด็น แล้วเรื่องสุดท้ายก็คือราคาค่ะ Kimi K3 มีค่าใช้งานผ่าน API ที่ถูกกว่าตัว Claude แล้วก็ GPT ประมาณ 40-70% แล้วแต่รุ่นนะคะ ทำให้หลายบริษัทเริ่มสนใจ เพราะว่าต้นทุนมันถูกลงมากๆ และอีกเรื่องที่ถูกพูดถึงกันมากที่สุด คือความสามารถในการเขียนโค้ดค่ะ มันมีบททดสอบนึงที่ให้เอไอมาสร้างเว็บไซต์จากโจทย์เดียวกัน ซึ่ง Kimi K3 ทำคะแนนแซงทั้ง GPT/Claude จนทำให้นักพัฒนาหลายคนเริ่มหันมาลองใช้ แต่ก็ต้องบอกก่อนนะคะว่า Kimi K3 อาจจะยังไม่ใช่เอไอที่เก่งที่สุดในโลก เพราะถ้าเราดูจากการจัดอันดับภาพรวม ทั้งการใช้เหตุผล ความรู้ และการทำงานทั่วไปเนี่ย ตอนนี้ Kimi K3 ยังเป็นรองทั้ง GPT/Claude แต่ก็สามารถก้าวขึ้นมาติด Top 3 ได้แล้วเหมือนกัน กลายเป็นว่าจีนกำลังไล่ตามสหรัฐ ในสนามเอไอได้เร็วขึ้นเรื่อยๆ ในต้นทุนที่ถูกกว่ามาก และถ้าวันหนึ่งเอไอ กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลัก เหมือนอินเทอร์เน็ตที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ การแข่งขันครั้งนี้ ก็อาจจะไม่ใช่แค่เรื่องเทคโนโลยี แต่เป็นการแข่งขันเพื่อกำหนดว่าใครจะได้เป็นผู้นำโลกในยุคเอไอ